Rainbow : เจ็ดนักโทษชาย แดนสองห้องหก
“นาน” แล้วที่คิดเอาไว้ว่าจะเขียนถึงการ์ตูน
เรื่องนี้ ก็คือ Rainbow : ~Nisha Rokubou
no Shichinin~ หรือเจ็ดนักโทษชาย แดนสอง
ห้องหก การ์ตูนที่เปี่ยมไปด้วยการใช้ชีวิต และจิต
วิญญาณ กับชายทั้งเจ็ดที่ถูกทิ้งให้จมอยู่กับส่วน
ที่ลึกที่สุดในสังคมช่วงหลังสงครามโลกครับ
เกือบสิบปีก่อน ผมได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้จากร้านเช่าหนังสือทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมประทับใจมาก และเป็นเพียงไม่กี่เรื่องที่หาซื้อมาไว้สะสมจนครบ สมัยนั้นเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะเป็น “แรร์” ไอเทมเหมือนกันครับ เพราะผมไปเดินตามร้านไหน ๆ ก็ไม่ค่อยมีคนรู้จัก หรือไม่ค่อยมีใครเอามาขาย อีกทั้งปีนึงจะออกสักสองสามเล่มเท่านั้น แต่สุดท้าย ผมก็ได้มันมา และมันก็เพิ่งจะจบลงไปเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง
Rainbow ~Nisha Rokubou no Shichinin~
เรนโบว์ : ~เจ็ดนักโทษชาย แห่งแดนสองห้องหก~

และอีกครั้งที่เรื่องนี้ ได้ถูกนำมาฉายเป็นอนิเมชัน ผมก็ไม่ลืมที่จะไปหามาเก็บไว้ จนครบ 26 ตอนจบ และไม่ลืมที่จะหยิบมาดูเสมอ ๆ ด้วยเนื้อหาที่ใกล้ตัวเราเหลือเกิน เปรียบเสมือนการใช้ชีวิตในสังคม ไม่ว่าวันที่ผ่านมาผมจะเหนื่อยหน่ายท้อแท้ หรือว่าเฟลเพียงใด เมื่อหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอ่าน หรือเปิดเรื่องนี้ขึ้นมาดูสักตอน ไม่ว่าจะดูตอนไหน ดูครั้งใด ก็ได้ทั้งกำลังใจ และกำลังกายที่เข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะเผชิญกับวันพรุ่งนี้อีกครั้ง แม้จะต้องแลกด้วยน้ำตานิดหน่อยเท่านั้นเอง (ก็เนื้อเรื่องมันบีบน้ำตาดีเหลือเกิน)

ประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทุกชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น และยากลำบาก อันเนื่องมาจากอยู่ในสถานะประเทศที่แพ้สงคราม วันหนึ่งในปีโชวะที่ 30 (1955) เด็กหนุ่มหกคน ซึ่งไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนในชีวิต ถูกส่งตัวมาที่สถานกักกันเยาวชนชายโชนัน ด้วยข้อหาต่าง ๆ กัน และทั้งหมดถูกส่งไปอยู่ห้องที่หกของแดนสอง ที่ที่ซึ่งพวกเขาสะกดคำว่า “สายสัมพันธ์ และมิตรภาพ” ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อได้พบกับชายอีกคน ที่ถูกกักกันอยู่ในห้องนี้ก่อนแล้ว ชายที่มีชื่อว่า “ซากุระงิ โรคุโรวตะ” ลูกผู้ชายที่สอนให้พวกเขาทั้งหก สะกดสองคำข้างต้น และหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจของพวกเขาทั้งหมดนั่นเอง

พวกเขาทั้งหกต้องอดทนต่อความทุกข์ทรมาน และความอับอายอย่างแสนสาหัส ชนิดวันต่อวัน คืนต่อคืน ในสถานพินิจ โดยเฉพาะกับผู้คุมสุดโหด “อิชิฮาระ” ผู้มีความลับที่ตัวเองก่อเอาไว้ในอดีตซ่อนอยู่ และความลับอันเดียวนี่เอง ที่ “ซากุระงิ” ได้ล่วงรู้ และสิ่งนั้นทำให้ผู้คุม “อิชิฮาระ” เกลียด และหวาดกลัว “ซากุระงิ” อยู่ทุกวินาที และหาทางระบายออกด้วยการทุบตี ทารุณ ซากุระงิทุกครั้งเมื่อมีโอกาสในฐานะผู้คุมแดนสองนั่นเอง
เด็กใหม่ทั้งหกคน รับรู้ถึงความเกลียดชังของผู้คุม “อิชิฮาระ” ที่มีต่อ “ซากุระงิ” และในบางครั้งที่อิชิฮาระเอง ก็พาลมาลงกับเด็กทั้งหกเช่นกัน แต่ไม่มีครั้งไหนที่ “ซากุระงิ” ไม่ออกมาปกป้องเด็กเหล่านั้น ด้วยความที่เขามีจิตใจอันแข็งแกร่ง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเมตตา เขามีความเป็นผู้ใหญ่อยู่เต็มตัว และนั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มทั้งหกคนยังไม่เคยรู้จัก


เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาในสถานพินิจ ทั้งการลงโทษ ทารุณ งดอาหาร ขังเดี่ยว การวางแผนยุแยงจากผู้คุมอิชิฮาระต่าง ๆ นานา จนซากุระงิและเด็กหนุ่มทั้งหก เกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่ละครั้งนั้น กลับไม่สามารถแยกคนทั้งเจ็ดนี้ออกจากกันได้เลยสักครั้งเดียว การกระทำของ “ซากุระงิ” ได้ซื้อทั้งหัวใจ และหลอมรวมจิตใจของพวกเขาไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน และทุกคนพร้อมใจกัน “นับถือ” ลูกพี่คนนี้อย่างสุดก้นบึ้งของหัวใจ
สิ่งต่าง ๆ ที่คอยเกื้อหนุนพวกเขาให้มีชีวิตอยู่ในนั้น มีเพียงกำลังใจ ความกล้าหาญ และสายสัมพันธ์ ถึงอย่างนั้น แต่ละคนก็ยังคงมีความฝันของตัวเอง และได้บอกกล่าวความฝันของกันและกันให้แต่ละคนได้รู้ และสาบานร่วมกันต่อหน้าสะพานสายรุ้งที่ทอดไกลออกไปอีกฝั่งว่า จะไล่ตามความฝันของตัวเองไปจนสุดขอบฟ้า ทั้งหมดฝากความหวังไว้กับรุ้งเจ็ดสี และสาบานร่วมกันว่าจะต้องรอดไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้จงได้ เพียงแต่ว่าในสถานกักกันนี้ พวกเขาทำได้เพียงแค่รอคอยแสงสว่างอยู่ในมุมมืดอันโหดร้ายแห่งนี้เท่านั้น

ความหวาดกลัวของผู้คุมอิชิฮาระ เริ่มทวีคูณมากขึ้น เมื่อเวลาพ้นโทษของซากุระงิใกล้เข้ามา ความแค้นที่รอการสะสางของซากุระงิ ทำให้ผู้คุมอิชิฮาระเริ่มทรมานซากุระงิมากขึ้น และมากขึ้นทุกครั้งที่มีโอกาส แต่นั่นไม่สามารถทำให้ซากุระงิสะทกสะท้านได้ เมื่อหมดหนทาง อิชิฮาระจึงต้องบอกกับหมอ “ซาซากิ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโชนัน และเป็นแพทย์ประจำสถานพินิจแห่งนี้ ให้รู้ถึงอันตรายจากซากุระงิ ผู้ซึ่งกุมความลับอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสองเคยก่อเอาไว้ เมื่อหมอซาซากิรับรู้ว่า ซากุระงิคือตัวอันตราย แผนการ “ฆาตรกรรม” นักโทษชายที่ชื่อซากุระงิของทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น เพื่อไม่ให้ “ซากุระงิ” ออกไปจากที่แห่งนี้ทั้งที่ยังมีลมหายใจ และเด็ก ๆ ทั้งหกคน จะต้องช่วย “ลูกพี่” ของพวกเขา ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราช และจะได้ออกจากกรงขังอันมืดมิดแห่งนี้ เพื่ออนาคตข้างหน้าที่พวกเขาสาบานกันเอาไว้กับสายรุ้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายจนเกินไป


นั้นเป็นแค่เพียงเนื้อเรื่องเรียกน้ำย่อยในตอนต้นเท่านั้น ซึ่งเนื้อเรื่องหลังจากนี้ผมคงไม่พูดถึง เพราะจะยิ่งเข้มข้นและดราม่ายิ่งขึ้น และอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านเอนทรีนี้ ไปหามาดูให้ได้ครับ แล้วผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้อ่าน หรือได้ดูการ์ตูน หรืออนิเมะ Rainbow เรื่องนี้แล้ว จะได้ของขวัญมากมายจากเรื่องนี้ไปใช้ในชีวิต เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่การ์ตูนที่มีพระเอกเป็นผู้มีอำนาจพิเศษ มีพลังพิเศษ หรือว่าจะมีพรจากนางฟ้า หรือมีพระเจ้าที่จะประทานปาฏิหารย์มาคอยช่วยเหลือแต่อย่างใด มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะทั้งหมดคือ “มนุษย์” ธรรมดา ๆ ที่เกิดมาเหมือนกับต้องคำสาป และถูก “ผลักไสไล่ส่ง” จากหลาย ๆ คนในสังคม ให้ตกลงไปอยู่ที่อันมืดมิด และมีแค่เพียง “โอกาส” เป็นแสงสว่างที่ผ่านมาให้เห็นไม่กี่ครั้งเท่านั้น


ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะ “แพ้” ได้เสมอ และ “ชัยชนะ” นั้นไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในสังคม ไม่มีใครเป็นพระเอกที่แสนดี และไม่มีใครเป็นผู้ร้ายสุดเลวทราม ทุกคนอาจจะกลายเป็นผู้ร้ายได้หาก “สังคม” และ “สถานการณ์” นั้นบีบบังคับ เพราะสิ่งที่จะตัดสินทุกคนเหล่านี้ก็คือ “สังคม” ของพวกเรา ไม่ใช่ “ปาฏิหารย์” ใด ๆ จากพระเจ้านั่นเองครับ


หนทางการใช้ชีวิตข้างหน้าของทั้งพวกเขาและของเรานั้นก็ไม่ต่างกัน ทุกคนย่อมมีความฝัน และพยายามที่จะไขว่ขว้าไปให้ถึงจุดนั้น แต่ระยะทางของแต่ละคนล้วนมีสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาหาเสมอ มีทุกอย่างที่เราเคยคาดคิดเอาไว้ และหลายอย่างที่ไม่มีใครจะคาดคิดได้ ทุกสิ่งที่เข้ามาในเส้นทางของชีวิต ล้วนต่างก็พร้อมจะพาเราเดินออกจากเส้นทางที่เราตั้งใจไว้ได้ทุกเวลา และสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ก็พร้อมที่จะผลักดันเราตกลงไป สู่ก้นบึ้งอันมืดมิดในสังคมได้ทุกวินาที



สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ก็เหมือนกับคำเปรียบเปรยของซากุระงิที่เคยบอกกับพวกเขาทั้งหกคนเอาไว้ว่า “สะพานสายรุ้งนั้นเกิดจากสายฝน ทุกคนอยากจะก้าวข้าม และเดินไปสู่จุดสูงสุดของสายรุ้งด้วยกันทั้งนั้น แต่หนทางก็จะเต็มไปด้วยสายฝนอันเปียกลื่น และมันคอยผลักดันเราให้ตกลงมาสู่จุดเริ่มต้นอยู่เรื่อยไป”


หากใครที่กำลังหมดหวังกับสังคมที่คอยแต่จะใส่หน้ากากเข้าหากัน ลองหามาอ่านดูสักเล่ม หรือโหลดอนิเมะมาดูสักตอน ถึงแม้ว่า Rainbow นี้ จะเป็นแค่เรื่องแต่ง หรือเป็นแค่การ์ตูน แต่ผมก็เชื่อว่าเราก็ทำได้อย่างพวกเขาเหมือนกัน เพราะเราก็เป็น “มนุษย์” ธรรมดา ๆ เหมือนกันกับที่พวกเขาเป็นนั่นเองครับ
Archives
Categories
Shared this Entry to your Friends




14 Entries
52 Entries
12 Entries
7 Entries
16 Entries
12 Singles



fongbeerza
October 24th, 2011 at 6:46 pm
น่าดูมากครับแล้วเราจะหาดูได้ยังไงหรอครับ