∂bysscross™  :  Anime & Manga
บ่อน้ำอับแสง ของแมงกะพรุน™

 
Register
Log in
08:01am
2 Online



Last Exile : กางปีกไล่ตามความฝัน สู่ปณิธาณเหนือม่านหมอก

Last Exile“ยิ่ง” สูงมักยิ่งหนาว ยิ่งสูงยิ่งโดดเดี่ยว
ยิ่งสูงยิ่งพบกับอันตราย แต่ไฉน “มนุษย์”
ยังไขว่คว้า และแสวงหาหนทางเพื่อก้าวสู่
จุดสูงขึ้นไป ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยจะผ่านไปก็
ตาม และนั่นคงเป็นสาเหตุที่เราต่อสู้กันอยู่
เสมอ ในทุกที่ที่ไร้ซึ่งความเท่าเทียมกัน





เพิ่งลงวินโดว์ใหม่ (อีกแล้ว) โดยคราวนี้ต้อง “สลับ” ฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในโน๊ตบุ๊คสองเครื่องมาสลับกัน เพื่อประสิทธิภาพของการทำงาน (ง่าย ๆ คือขี้เกียจถ่ายข้อมูลจากอีกเครื่อง มาลงเครื่องใหม่นั่นเอง) โดยคราวนี้เลือกใช้เจ้า Server 2K8 Datacenter ให้กับโน๊ตบุ๊คตัวใหม่ได้ลองของ และก่อนหน้าที่จะย้ายดิสก์ ก็เดิม ๆ ครับ แบคอัพข้อมูลต่าง ๆ ที่เคยใช้ค้างอยู่ใน C:\ ย้ายไปลงในไดรฟ์ดาต้านั่นเอง

ย้ายไปย้ายมาก็เจอไฟล์ทอเรนท์เก่า ๆ ที่อยู่ใน temp เป็นตับ และไม่เคยลบเลยเป็นร้อย ๆ ไฟล์ ใจหนึ่งก็อยากจะ Delete All เพราะมันเก่าแล้ว แต่นึกยังไงไม่รู้ ไล่มองลงไปเรื่อย ๆ ไปเจอกับไฟล์ ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นอนิเมะที่ผมอยากดูมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้เก็บไฟล์สักที (ใช้พื้นที่อย่างเยอะ 28 GB = =”) คราวนี้ได้เครื่องใหม่พื้นที่เพียบ เลยลองลองคลิกรันและเข้าแทรกเกอร์ดู พบว่า ยังมีคนปล่อยครับ !! และนั่นเป็นที่มาของเอนทรีนี้นั่นเอง ( ขอบคุณ fat_kj ที่ให้ความเห็นส่วนหนึ่งข้างล่างนี้ไว้ได้ครบทุกมุมมากครับ )


Last Exile

กางปีกไล่ตามความฝัน สู่ปณิธาณเหนือม่านหมอก


Last Exile



ลาสต์ เอ็กไซล์ อนิเมะที่เล่าเรื่องราวของ “เคลาส์” และ “ลาวี่” เพื่อนสนิทที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อของทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน และเสียชีวิตไปพร้อมกัน จากการปฏิบัติภารกิจสงครามขั้นแตกหัก หลังจากที่โลกถูกแบ่งออกเป็นสองฟากฝ่าย ระหว่างสองอาณาจักรใหญ่ คือ “อาณาจักรอานาโทเร” และ “อาณาจักรดีซิทส์” โดยมีอีกฝ่ายที่เฝ้ามองดูการรบของทั้งสอง อย่างสนุกสนาน และมีเลศนัย

ลาสต์ เอ็กไซล์ แบ่งโลกเป็นสองอาณาจักรขนาดใหญ่ คือ อนาโทเร กับ ดีซิทส์ ทั้งสองอาณาจักรนั้น ไม่ได้มีการติดต่อกันมากนัก เนื่องจากสิ่งที่กั้นอาณาจักรทั้งสองอยู่มัน “ยาก” เหลือเกินที่ข้ามไปหากันได้ง่าย ๆ สิ่งนั้นเรียกว่า “แกรนด์สตรีม” เป็นสภาวะอากาศที่เลวร้ายร้าย แปรปรวน และรุนแรง เป็นเหมือนประตูที่ถูกใส่กุญแจไว้แน่น ทำให้ทั้งรูปแบบของศิลปะ วัฒนธรรม เครื่องแต่งกาย ของทั้งสองอาณาจักรนั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยใน “แกรนด์สตรีม” นั้นยังมีอีกหนึ่งเผ่าพันธุ์ที่เรียกตัวเองว่า “สหพันธ์” อาศัยอยู่ พวกเขามาจากนอกโลก และเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยี “ทั้งหมด” ของโลกนี้ไว้อย่างลับ ๆ

พวกเขาทำตัวเป็นเหมือนผู้เฝ้ามอง และแบ่งปันเทคโนโลยี “บางอย่าง” มาให้กับมนุษย์ ยุคสมัยของลาสต์ เอ็กไซล์ จะคล้ายกับยุคศตวรรษที่ 19 ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม และการใช้ชีวิต แต่ด้วยเศษเสี้ยวเทคโนโลยีของสหพันธ์ นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้มนุษย์สามารถโบยบินได้บนท้องฟ้า โดยแหล่งพลังงานที่เรียกว่า “ยูนิต” ซึ่งภายในจะมีวิศวกรเป็นผู้ควบคุมประจำอยู่ในนั้น

แต่ถึงแม้เทคโนโลยีนี้จะส่งมาถึงมือของมนุษย์ แต่ก็มีเพียงมนุษย์ “บางกลุ่ม” เท่านั้นที่เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ ก็คือชนชั้นปกครอง และกลุ่มของนายทหาร ส่วนคนธรรมดานั้น ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะได้สัมผัสกับท้องฟ้าเลยแม้แต่น้อย

ถึงแม้มนุษย์จะสามารถออกบินได้แล้ว แต่เทคโนโลยีอย่างอื่นยังคงล้าหลัง และยังถูกปิดกั้นไว้โดยสหพันธ์ เช่นการติดต่อสื่อสาร ในขณะที่ชาวสหพันธ์นั้น สามารถติดต่อกันได้เลยทันทีที่ต้องการ (ในยุคสมัยเราก็คงคล้าย ๆ โทรศัพท์มือถือนี่ล่ะ) แต่สำหรับมนุษย์ทั่วไป ยังคงต้องอาศัยการส่งสารถึงกันอยู่ ทำให้เกิดหน่วยบินหน่วยหนึ่งทีทำหน้าที่นี้ขึ้นมา ที่เรียกกันว่าหน่วย “แวนชิฟ”


Last Exile



“แวนชิฟ” เป็นยานบินขนาดเล็ก คล้าย ๆ กับเครื่องบินสมัยเก่ายุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ต้องอาศัยทั้งนักบิน และผู้ช่วยนักบินที่นั่งอยู่ข้างหลังช่วยกัน เครื่องบินจึงจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ ฉะนั้นคนที่จะมาอยู่ข้างหลังนักบินนั้น จึงต้องเป็นคนที่นักบินไว้วางใจมากที่สุด

ส่วน “เอ็กไซล์” หรือ “Exile” นั้น คือยานขนาดใหญ่ ที่มนุษย์เชื่อกันว่า มันคือยานอพยพของผู้สร้างโลก ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงยุคสมัยนี้เป็นลำสุดท้าย และหลายคนก็เชื่อว่า “มัน” สามารถใช้เป็นเครื่องมือท้าทายต่ออำนาจ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ สหพันธ์ ได้ เพียงแต่มัน “ซ่อนตัว” อย่างมิดชิดอยู่ในแกรนด์สตรีม ที่น้อยคนนักจะได้เคยพบเห็นมัน และนานวันเข้ามันก็กลับกลายเป็นตำนาน

ตัวละครหลักของเรื่องนี้คือ “เคลาส์” และ “ลาวี่” โดยเราจะเห็นภาพของทั้งสอง ตั้งแต่เด็กไร้เดียงสา สนุกสนาน มีชีวิตชีวา มีความสุขกับการแข่งขันบิน “แวนชิฟ” แต่พวกเขาก็ไม่เคยขาดความมุ่งมั่นต่อการใช้ชีวิต พวกเขาทั้งสองนั้น มีความฝันอยู่ร่วมกันนั่นก็คือ การได้มีโอกาสบินไปสู่ “แกรนด์สตรีม” ที่ที่ซึ่งเป็นสุสานฝังร่างคุณพ่อของทั้งสองไว้ ด้วยความฝันนั้น ผลักดันให้พวกเขาทั้งสอง ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งสงคราม โลกแห่งการต่อสู้ และการปฏิวัติ แต่นั่นไม่ใช่เพราะสถานการณ์พาไป แต่มันเกิดจาก “การตัดสินใจ” อันเด็ดเดี่ยว ของพวกเขาทั้งสองคนเอง แต่ว่าสิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ก็คือ การต่อสู้ของพวกเขาครั้งนี้ จะเปลี่ยนโฉมหน้าของ “โลก” ใบนี้ไปตลอดกาล


Last Exile


– จากนี้ไปจะเข้าสู่เนื้อเรื่องสำคัญ ใครยังไม่เคยดู แต่อยากรู้เรื่องราวก็ค่อย ๆ อ่านไปหลบไปละกันนะครับ –


“เคลาส์” และ “ลาวี่” ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นคนส่งสาร โดยรับภารกิจจาก “แวนชิฟยูเนี่ยน” ซึ่งเป็นเสมือนไปรษณีย์กลาง โดยภารกิจจะมีความยากง่าย ตามจำนวนดาว โดยจะมีตั้งแต่ 1 – 10 ดาว ซึ่งภารกิจสำคัญที่ระดับ 10 ดาวนั้น ได้เคยคร่าชีวิตพ่อของทั้งสองคนไปนั่นเอง และในภารกิจระดับ 3 ดาวอันหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงภารกิจธรรมดา แต่มันกลับกลายเป็น “การเปลี่ยนแปลงชีวิต” ของพวกเขาทั้งคู่ โดยที่ทั้งสองนั้น ต้องมุ่งหน้าเข้าสู่สมรภูมิรบ เพื่อส่งจดหมายจากครอบครัว ถึงแม่ทัพใหญ่ ในภารกิจครั้งนี้ พวกเขาได้ท้าทายต่อ “ระบบอัศวิน” ซึ่งเป็นระบบที่ทุกคนยึดถือ โดยไม่คำนึงถึงสถาณการณ์ และด้วยความกล้าหาญของทั้งสอง กองทัพใหญ่ของอาณาจักรอนาโทเร จึงสามารถรอดพ้นจากการล่มสลายได้

แล้ววันที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดก็มาถึง ในระหว่างการแข่งขันแวนชิฟ เมื่อเคลาส์และลาวี่ ได้ตัดสินใจรับภารกิจระดับ 7 ดาว ต่อจากนักบินที่ถูกตามล่าจากสหพันธ์ นั่นคือการนำ “แอลวิส” เด็กหญิงน่ารัก ไปส่งต่อให้กับ อเล็กซ์ โรว แห่งยาน ซิลวาน่า ยานขบถในตำนานผู้ไม่เคยปราณีใคร ยานที่ไม่ยอมขึ้นตรงต่อฝ่ายใด ยานที่รวบรวมคนหนุ่มสาวหัวขบถ ผู้ต่อต้านอำนาจอันไม่เป็นธรรมของทางสหพันธ์


Last Exile



ด้วยความที่ เคลาส์ รู้สึกไม่มั่นใจว่า แอลวิส จะปลอดภัยในยานซิลวาน่า เขากับลาวี่ จึงติดตามยานซิลวาน่าไป เพื่อหวังที่จะดูแลแอลวิส และนับจากนั้น ทั้งสองก็เข้าสู่สมรภูมิรบเต็มตัว ร่วมกับนักปฏิวัติแห่งยานซิลวาน่า ซึ่งเคลาส์เลือกที่จะเป็นหน่วยรบแวนชิฟประจำยาน ส่วนลาวี่นั้น เธอรู้ตัวว่าไม่เหมาะกับสนามรบ แต่เธอก็ยังคงอยู่เคียงข้างเคลาส์ โดยเลือกที่จะเป็นช่างเครื่อง ผู้ดูแลยานของหน่วยแวนชิฟประจำยานนั่นเอง

และนั่นทำให้ ลาสต์ เอ็กไซล์ ยังเป็นหนังรักแสนโรแมนติก ที่เล่าเรื่องความรัก ความผูกพัน และความเชื่อใจกัน ของหนุ่มสาวที่ชื่อ “เคลาส์” และ “ลาวี่” คนสองคนที่เชื่อมั่นในกันและกัน มีความฝันร่วมกัน และไม่เคยทอดทิ้งกัน คู่ของเคลาส์และลาวี่ คือคู่รักที่น่าจดจำที่สุดบนจอคู่หนึ่งเลยทีเดียว

ในอีกด้านหนึ่ง ลาสต์ เอ็กไซล์ มันคืออนิเมะการเมือง ที่กล่าวถึงการลุกขึ้นของมวลชน เพื่อต่อต้านอำนาจเผด็จการอันชั่วร้าย คนหนุ่มสาวแห่งยานซิลวาน่า ไม่ว่าจะเป็นกัปตัน อเล็กซ์ โรล รองกัปตัน โซเฟีย ฟอเรสเตอร์ ผู้บัญชาการหน่วยรบแวนชิฟ ทาเทียน่า วิสล่า พลทหาร มูลลิน เชทแลนด์ ผู้กล้าอย่าง เคลาส์ วัลกา กับ ลาวี่ เฮด และสาวน้อยผู้เป็นกุญแจไขสู่อารยธรรม “Exile” อย่าง แอลวิส แฮมิลตัน รวมถึงเหล่าลูกเรือทุกคน ต่างมีความมุ่งหมายเหมือนกันคือ “การสร้างโลกใบใหม่ ที่ทุกชีวิตต่างมีเสรีภาพ มีอิสรภาพในการโบยบิน โลกที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”


Last Exile



และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทำให้สงครามอันยาวนานระหว่าง ดีซิทส์ กับ อนาโทเร จบลง เพราะว่าทั้งสองฝ่ายนั้น ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ การโค่นล้มอำนาจของ สหพันธ์ ซึ่งจะว่าไปแล้วการที่ดีซิทส์บุกอนาโทเร นั่นก็เพราะบ้านเกิดของพวกเขา กำลังถูกสภาวะความหนาวเย็นเข้าทำลาย และกำลังจะกลายเป็นเมืองน้ำแข็ง พวกเขาจึงต้องหาบ้านใหม่ และเป้าหมายคือ อนาโทเร หากเพียงแต่ผู้ปกครองแห่งอนาโทเร มองเห็นคุณค่าของชีวิต และเห็นใจ ดีซิทส์ ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน บางที่สงครามระหว่างทั้งสองอาณาจักร อาจจะไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้

แต่ในเมื่อ สหพันธ์ ผู้ควบคุมเทคโนโลยีของโลก เมินเฉยต่อเหตุการณ์วิกฤตของโลก ทั้งความหนาวเย็นที่ทำลายดีซิทส์ และความร้อนที่กำลังเผาผลาญอนาโทเร ความไม่สมดุลเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เกิดจากความแปรปรวนของ แกรนด์สตรีม ที่ที่เหล่าสหพันธ์ควบคุมอยู่ ทำให้ในที่สุดพวกเขาก็ต้องพินาจลง จากอำนาจของตัวเอง และอำนาจของมวลชน

แต่แท้จริงแล้ว ปัญหาใน ลาสต์ เอ็กไซล์ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ระบอบการปกครอง เพราะหลังจากการโค่นล้มสหพันธ์ เหล่าอาณาจักรใหม่ บนโลกยุคใหม่ ก็ยังมีระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ โดยมี โซเฟีย รองกัปตันแห่งซิลวาน่า และเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรอนาโทเร ขึ้นครองราชย์ ปัญหาที่แท้จริงมันจึงอยู่ที่การใช้ “อำนาจการปกครอง” ที่ไม่มองเห็นประชาชน

ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือเรื่องน้ำดื่ม … น้ำดื่มยังถูกแบ่งระดับความสะอาด และขายในราคาแพง น้ำที่คุณภาพดีที่สุด มีเพียงเหล่าขุนนาง และคนอยู่ในชนชั้นระดับสูงเท่านั้น ที่สามารถดื่มได้ เพราะราคามันแพงเหลือเกิน

“ลาวี่” เธอคือตัวแทนของคนระดับล่าง ที่เธอมองเห็นคุณค่าของน้ำ น้ำคุณภาพระดับ 3 ซึ่งก็เป็นเพียงระดับกลาง ๆ เธอสามารถจะกินมันได้เฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่นในวันเกิดของเธอเท่านั้น นี่คือความกดดัน ที่ทับถมความรู้สึกของคนชั้นล่างมาช้านาน จนวันหนึ่งมันก็ระเบิดออกมา


Last Exile



จากจุดเริ่มต้น สู่จุดสุดท้าย จากที่ เคลาส์ และ ลาวี่ หวังเพียงจะใช้ชีวิตบนท้องฟ้า และเดินตามรอยเท้าผู้เป็นพ่อ แต่สิ่งที่ทั้งสองไม่เคยรู้ คือการเดินทางของพวกเขา จะเปลี่ยนแปลงโลกที่เขารู้จักไปตลอดกาล … โลกที่เปี่ยมหวัง โลกที่ไร้การกดขี่ โลกที่มีเสรีภาพที่จะโผปีกบิน โลกที่เป็นอรุณรุ่งแห่งคนหนุ่มสาว คงจะเป็นเพียงโลกแห่งความฝัน

เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่ารัฐใด ประเทศใด ไม่ว่าจะปกครองด้วยระบอบการปกครองแบบใด มันไม่ได้สำคัญเลย ตราบใดที่พวกเรา ยังคงมองเห็นคุณค่าความเป็น “มนุษย์” อย่าง “เท่าเทียมกัน”

นับจากวันที่ สหพันธ์ ล่มสลาย ท้องฟ้าได้กลับมาเป็นของทุกคน ความสงบสุขกลับคืนสู่ทั้ง 2 อาณาจักร แกรนสตรีมหายไป สภาวะบรรยากาศโลก กลับคืนสู่สมดุล เมล็ดกล้าที่ฝังอยู่ใต้ทุ่งน้ำแข็งแห่งดินแดนดีซิทส์ วันนี้ก็เริ่มงอกงามขึ้นมาอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่า โลกยุคใหม่นี้ โลกที่เกิดจากการ “ปฏิวัติ” ของคนหนุ่มสาวแห่งนี้ จะสามารถคงความสงบสุขไว้ได้นานเท่าใด แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ นักต่อสู้เหล่านี้ก็พร้อมจะลุกขึ้นมาต่อกร กับอำนาจชั่วร้ายนั้นตลอดเวลา

เพราะ “ที่ใดมีการกดขี่ … ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้เสมอ”




แม้ว่าจะเป็นอนิเมะที่ฉายมากว่าเจ็ดปีแล้ว (Gonzo 2003) แต่คุณภาพของงาน เนื้อเรื่อง และเพลงประกอบ ของเรื่องนี้ ทำให้เป็นอนิเมะที่น่าสะสมมากเรื่องหนึ่งครับ และขอเป็นเสียงเชียร์อีกหนึ่งเสียงสนับสนุนให้ตัวแทนสักค่ายซื้อลิขสิทธิ์ มาจำหน่ายในเมืองไทยสักทีเถอะ (ลม ๆ แล้ง ๆ มาก)

หากใครชอบเพลงปิดของเรื่องนี้ ก็ตามไปอ่านเนื้อร้องและคำแปลเพิ่มได้ ที่นี่ ครับ




รับข่าวสารทาง RSS feed
Advise Entry


Feed Abysscross

Rainbow : เจ็ดนักโทษชาย แดนสองห้องหก





Archives

Categories

Shared this Entry to your Friends



VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 4.7/5 (7 votes cast)
Last Exile : กางปีกไล่ตามความฝัน สู่ปณิธาณเหนือม่านหมอก, 4.7 out of 5 based on 7 ratings

Leave a Comment